เดอะ ดาวินชี โค้ด

silvergoose กระแสต้านภาพยนตร์ฉาว “เดอะ ดาวินชี โค้ด” ลามถึงไทย สภาคริสตจักรนัดรวมพลแสดงจุดยืนต่อการบิดเบือนเนื้อหาเกี่ยวกับพระเยซู อังคารนี้ พร้อมแจงรายละเอียด 2 โต้แย้งทุกประเด็นหวั่นคนรุ่นใหม่ดูหนังแล้วคล้อย ตามหลงเชื่อ ด้านศิลปินนักร้องคริสเตียนคนดังร่วมประกาศท่าทีเพียบจากกระแสการแอนตี้ภาพยนตร์เรื่อง “ดอะ ดาวินชี โค้ด”ซึ่งสร้างจากหนังสือชื่อเดียวกันของ “ดน บราวน์”ที่กำลังขยายวงกว้างออกไปหลายประเทศและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในกลุ่มชาวคริสต์ทั่วโลกที่รับไม่ได้กับเนื้อหาในภาพยนตร์มีการบิด เบือนจากพระคัมภีร์ไบเบิลอย่างรุนแรงและมอง ว่าเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศาสดา โดยเฉพาะ ประเด็นที่ระบุว่าพระเยซูได้แต่งงานและใช้ชีวิต แบบปกติธรรมดามีลูกหลานมาถึงปัจจจุบัน ทำ ให้หลายประเทศออกมาเคลื่อนไหว แสดงความ ไม่พอใจ ทั้งอินเดีย จีน สิงคโปร์ กรีซ ฟิลิป-ปินส์ อเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนครวาติกัน โดยบางประเทศขอให้แบนหนังเรื่องดังกล่าว ขณะที่ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่จะฉายหนังเรื่องดังกล่าวพร้อมกับประเทศอื่นทั่วโลกอนหน้านี้แต่ละองค์กรมีงานยุ่ง โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เปิดเทอมก็เลยไม่มีโอกาสหารือกันเป็นเรื่องเป็นราว แต่ที่กลายเป็น ประเด็นขึ้นมาเพราะกลุ่มคนระดับล่างในองค์กร ได้ตื่นตัวกับกระแสเรื่องนี้ เพราะได้มีโอกาสอ่าน หนังสือมาก่อนและเห็นว่าเนื้อหามีการบิดเบือน พระคัมภีร์อย่างมาก จึงมากระทุ้งระดับผู้ใหญ่ ในองค์กรซึ่งเราคงจะนิ่งเฉยไม่ได้ ส่วนผมเอง นั้นยอมรับว่ายังไม่ได้อ่านหนังสือ และดูตัว อย่างหนัง จึงต้องขอเวลาไปศึกษาดูก่อน เพราะ ถ้าพูดตอนนี้จะกลายเป็นความคิดเห็นส่วนตัวไม่ใช่ในนามองค์กร และคงจะให้เจ้าหน้าที่เป็น ผู้ชี้แจงรายละเอียดข้อแตกต่างหลักๆ โดยจะมีการแจกเอกสารในวันแถลงข่าวด้วยที่สภาคริสตจักรบริเวณสะพานหัวช้าง ส่วนท่าทีของ ทาง 4 องค์กรนั้นคงไม่ต่างกันเพราะเป็นนิกายเดียวกัน แต่ของทางคาทอลิกนั้นยังไม่ทราบเช่น กันว่าจะท่ทีอย่างไรแม้ว่าในหนังสือหรือในหนังเรื่องนี้จะแต่งนิยายเกี่ยวกับพระเยซูอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะสั่นคลอนความศรัทธาที่ชาวคริสเตียนมีต่อพระองค์ไปได้ เพราะสิ่งที่เราเชื่อนั้นได้มีการพิ สูจน์มีหลักฐานอ้างอิงสืบทอดกันมากว่า 2,000 ปี ไม่มีอะไรมาลบล้างพระคัมภีร์ได้ ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงคงจะมีคนนับถือศรัทธาต่อพระเยซูมาก กว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก และมากกว่า 1 ล้าน คนในประเทศไทยหลังจากที่ศาสนาคริสต์เข้ามา เผยแพร่เมื่อประมาณ 200 กว่าปีก่อน โดยประ เทศเพื่อนบ้านของเรายิ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หากไม่ใช่เรื่องจริงศาสนาคริสต์คงจะหายไปแล้ว การระบุว่า พระเยซูแต่งงานใช้ชีวิตตามปกติธรรมดายิ่งเป็นไปไม่ได้ เป็นการลบล้างความเชื่อที่พระองค์ทำการไถ่ปาบให้มนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิงส่วนตัวผมแล้ว ผมไม่ดูหนังเรื่องนี้แน่ เพราะถ้าดูแล้วมันระคายเราจะดูไปทำไม เหมือน มีคนมาบอกว่าพ่อเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็ต้องมีความไม่พอใจ แต่ผมคงไม่ต่อต้านเหมือนอย่างต่างประเทศที่เขากำลังต่อต้านกันบอย กล่าวต่อไปว่า ตามความเชื่อของคริสเตียนนั้น แกนหลักของคริสเตียนคือพระ เยซูไม่มีใครเป็นตัวแทนของพระเยซูได้ สิ่งที่เชื่อ นั้นอยู่ที่ใจ พระเจ้าจึงอยู่ในใจของคริสเตียนคนเขียนหนังสือเล่มนี้และคนทำหนังเรื่อง นี้เขาคงไม่รู้จักพระเจ้าเหมือนที่เรารู้จัก เพราะ ถ้ารู้เขาก็คงไม่เขียนไม่ทำแบบนี้ แต่เป็นธรรม ชาติของมนุษย์ที่ชอบเรื่องฉาวโฉ่ เรื่องแฉคนอื่น มันจึงเข้าไปเพิ่มความอยากรู้อยากเห็น แต่จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่อง แต่สำหรับ กรณีนี้มันเป็นการเอาข้อมูลมาบิดเบือน ซึ่งคน เขียนเขาก็ยอมรับอยู่แล้วว่าสิ่งที่เขียนเป็นเรื่อง แต่งขึ้น เป็นนิยายผมขอพูดในฐานะคริสเตียนคนหนึ่งว่า ถ้า สิ่งที่เขาทำนั้นเป็นเรื่องไม่จริง เดี๋ยวพระเจ้าจะ จัดการเอง ผมเชื่อของผมอย่างนั้น”เกรงคนไม่รู้จักพระเจ้าเข้าใจผิดนายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการส่วนกลางสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ทางกรมการศาสนายังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ชาวคริสเตียน เกี่ยวกับความไม่พอใจหนังเรื่อง เดอะ ดาวินชี โค้ด ซึ่งเท่าที่ทราบเนื้อหาที่มีการพูดถึงพระเยซูต่างไปจากในพระคัมภีร์นั้น ย่อมเป็นธรรมดาที่ชาวคริสเตียนส่วนใหญ่จะไม่พอใจและรับไม่ได้ อย่างในต่างประเทศถึงขั้นมีการประท้วงและต่อต้านอย่างรุนแรง แต่ ในเมืองไทยเป็นสังคมรักสันติและความสงบ แม้จะมีผู้นับถือศาสนาคริสต์เป็นอันดับ 3 ประ มาณล้านกว่าคน และหากมีการเคลื่อนไหวก็คงไม่รุนแรงหรือน่าเป็นห่วง”การที่ชาวคริสเตียนไม่พอใจก็เป็นธรรมดา หากใครเอาพระพุทธเจ้าไปสร้างหรือแต่งบิด เบือนไปจากพุทธประวัติชาวพุทธก็คงไม่นิ่งเฉย เช่นเดียวกัน และในประวัติศาสตร์มักมีจุดที่ทำให้นักวิชาการพยายามหาหลักฐานต่างๆ มา ลบล้างความเชื่อเดิมๆ หรือมีการนำมาแต่งเติม เสริมให้พิสดารออกไป”เรื่องย่อ..”The Da Vinci Code : รหัสลับระทึกโลก”กลางดึกสงัดคืนหนึ่ง ศาสตราจารย์ชื่อดัง โรเบิร์ต แลงดอน ได้รับโทรศัพท์สายตรงจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งฝรั่งเศส ให้เดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุฆาตกรรมโหด ที่ “ชาร์ค โซนิแยร์”หัวหน้าผู้ดูแลพิพิธ ภัณฑ์เป็นเหยื่อ แต่ก่อนที่จะหมดลมหายใจ ชาร์คได้จัดร่างอันโชกเลือดของเขาในลักษณะ ที่เป็นรูป “วิทรูเวียนแมน”หรือรูปคนบนดาว ห้าแฉกไว้อย่างมีเงื่อนงำ เพื่อชี้เบาะแสถึงผู้ร้าย ตัวจริง จากผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนสัญลักษณ์ที่เดิมทีถูกเรียกตัวมาให้คำปรึกษา โรเบิร์ตกลายเป็นผู้ต้องสงสัย เมื่อมีเหตุหลักฐานชี้ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับฆาตกรรมครั้งนี้silvergoose
silvergoose

Leave a Comment


NOTE - You can use these HTML tags and attributes:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>